แรงบันดาลใจจากแหวนเงินวงละ 20 บาทตามตลาดนัดพัฒนาขึ้นมาเป็นธุรกิจแหวนเงินส่งออกระดับประเทศด้วยสองมือ หนึ่งสมองของเด็กสาว พลิกชีวิตเด็กสาวจากฐานะยากจนเป็นเศรษฐีได้ด้วยความรักในเครื่องประดับเงิน

วันนี้เรามีนักธุรกิจต้นแบบจากคนที่มีชีวิตแสนธรรมดา ใช้หนึ่งสมองสองมือฟันฝ่าอุปสรรคจนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจแหวนเงินส่งออกระดับประเทศ ที่มีสาขาทั้งในและต่างประเทศมากมาย  กว่าเธอจะมีวันนี้ได้เธอผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้คุณปรียา สาวเจ้าของธุรกิจชื่อดังจะมาพูดคุยให้ฟังในวันนี้

ตอนเด็กๆนั้นฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน อาศัยอยู่กับคุณแม่และคุณตาค่ะ ส่วนคุณพ่อและคุณยายนั้นตายหมดแล้ว และตัวเองยังมีพี่น้องอีก 3  คนโดยตนเองนั้นเป็นพี่คนโตของครอบครัว แม่มีอาชีพเป็นแม่ค้าตามตลาดนัด ตัวเองเลยต้องไปช่วยแม่ขายของด้วย เพราะความที่เราเป็นผู้หญิงรักสวยรักงามชอบเดินไปที่แผงขายกิ๊ฟช้อปเครื่องประดับต่างๆ   แน่นอนล่ะเงินค่าตัวหมดไปกับของพวกนี้ ส่วนเครื่องประดับที่ชื่นชอบมากนั้นก็คือ  แหวนเงิน ตอนนั้นชอบใส่ไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนมากๆ  ถึงขนาดสะสมเป็นคอลเลคชั่นกันเลย  เชื่อไหมตั้งประถมจนถึงมัธยมนั้นมีแหวนเงินเยอะมากเกือบร้อยวงเลยล่ะ   เมื่อโตขึ้นมาหน่อยได้มีโอกาสมาเรียนโรงเรียนมัธยมในเมือง  ได้เรียนในเรื่องของการออกแบบต่างๆจากครูศิลปะ และตัวเองก็แปลกใจมากเมื่อสามารถทำคะแนนวิชานี้ได้ดีกว่าวิชาอื่นๆ   อยู่มาวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ก็ไปห้องศิลปะจะเอางานไปส่ง เห็นครูพัช ครูสอนศิลปะกำลังออกแบบแหวนอยู่ ครูบอกว่าเป็นร้านเครื่องประดับของเพื่อนครูเอง  ตอนนั้นสนใจมากๆเพราะว่าชอบเรียนด้านการออกแบบและก็ชอบแหวนเงินมากอยู่แล้ว จึงขอครูอยู่ทำงานด้วย ครูใจดีมากให้อยู่ดูแล้วก็สอนวิธีให้มากมาย  เราก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จนตอน ม. 6 ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวเรียนต่อ  จึงเริ่มปรึกษากับคุณครูว่าอยากเรียนทางด้านการออกแบบ  ครูก็เห็นวาเรามีพรสวรรค์ด้านนี้มากแล้วคุณแม่ก็ไม่ว่าอะไรด้วยถ้าเราจะเลือกเรียนด้านนี้  ครูพัชเลยสอนหลักการทุกอย่างให้  เมื่อเราสอบเข้าเรียนต่อ เราก็สอบได้คณะที่ต้องการเพราะว่าเราทำคะแนนภาคปฏิบัติได้ดีมาก  เราก็เรียนมาเรื่อยๆ พยายามออกแบบนู่นนี่นั่นแต่ยังไม่ทิ้งเรื่องการออกแบบแหวน บางทีออกแบบเป็นคอลเลคชั่นเลยนะ เหมือนเวลาเราสะสมแหวนตามตลาดนัดเลย  และเมื่อใกล้จบการศึกษาทางคณะอาจารย์ได้จัดให้นักศึกษาแสดงนิทรรศการในเรื่องของการออกแบบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบจบนั่นเอง  ด้วยความที่เราออกแบบแหวนไว้เยอะเลยนำมาจัดแสดง และคุณเชื่อไหมล่ะนี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยล่ะ  ในตอนนั้นมีร้านขายเครื่องประดับเงินมาดูการจัดแสดงด้วย  และได้ถามหาผลงานการออกแบบของเรากับอาจารย์ อาจารย์จึงพามาพบกับเรา  เจ้าของร้านนี้เขาชื่อ คุณพิช เขาบอกว่า ผมชอบการออกแบบแหวนของคุณมากและผมกำลังมองหานักออกแบบแหวนเงินใหม่ๆแบบเป็นเซ็ตอย่างนี้อยู่พอดี  หลังเรียนจบผมขอรับคุณเข้าทำงานทันทีเลยครับ โห ตอนนั้นดีใจมากหลังเขาเดินออกจากร้านไปนี่  แทบกรี๊ดค่ะ รีบโทรหาแม่เลย  แม่ก็ดีใจมากๆ

หลังจากเรียนจบก็ไปทำงานกับคุณพิชที่ร้านและได้ดิวงานกับบริษัททั้งในและต่างประเทศมากมาย  ได้เห็นทั้งข้อดีข้อด้อยในธุรกิจเครื่องประดับเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งเรามีเงินเก็บก้อนหนึ่งกับประสบการณ์ในวงการของแหวนเงินมานานนับ 10 ปี  ทำให้คิดว่า ถ้าเราจะออกมาทำร้านเองจะดีไหม  จึงได้ลองปรึกษากับคุณพิช  และแน่นอนค่ะคุณพิชให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และต้องขอขอบคุณคุณพิชมากที่ทำให้เราได้มีร้านในฝันของตนเองชื่อร้านว่า   อาณาจักรแห่งแหวน  ตอนแรกจะทำแต่แหวนเงินแต่มาคิดดูแล้วว่าถ้าทำแบบนั้นก็จะเป็นการจำกัดกลุ่มลูกค้ามากจนเกินไป    จึงเริ่มมีการทำแหวนเพชร  แหวนพลอยมาบ้างเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้นนั่นเองค่ะ  ดูสิคะจากเด็กที่ชอบซื้อแหวนวงละ 20 บาทจากตลาดนัดตอนนี้และค่อยๆสะสมแระสบการณ์ด้วยความตั้งใจของเรามานานเกือบ 20 ปี บ่มเพาะตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย  ถึงแม้ร้านของเราจะเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน  แต่กลับขยายสาขาได้แล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพราะว่าเรานั้นเข้าใจในเรื่องของความต้องการของลูกค้าในเรื่องของแหวนต่างๆ โดยเฉพาะ แหวนเงิน  และมีการฝึกหัดพนักงานในเรื่องของเครื่องประดับใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อที่จะสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ตอบข้อซักถามและข้อสงสัยให้ได้มากที่สุด  พร้อมกับดูแลกำกับติดตามลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ  ที่พูดมานั้นคือกลยุทธ์ที่ทางร้านยึดมั่นมานาน  เพราะถ้าดูแลลูกค้าไม่ดีก็เท่ากับว่าเรานั้นกำลังจะสูญเสียธุรกิจของเราไปได้เลย  ส่วนในเรื่องของสาขาต่างๆนั้นก็มีการจัดอบรมพนักงานที่สำนักงานใหญ่และส่งไปประจำในตำแหน่งต่างๆเพื่อรายงานส่งบริษัทคอยตรวจเช็คการดำเนินงานด้วย  เพื่อปรับปรุงให้ลูกค้าของแต่ละสาขาพึงพอใจในร้านอาณาจักรแห่งแหวนของเราให้มากที่สุด  นี่ล่ะคือบทสรุปของความมุ่งมั่นตั้งใจจากเด็กสาวธรรมดาที่ชื่นชอบแหวนตามตลาดนัดต่อยอดเป็นเจ้าของธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย การเดินทางอันแสนยาวนานพร้อมกับการฝ่าฟันต่อสู้ปัญหาก็เริ่มผลิดอกออกผลบ้างแล้วเพียงแต่นี่คือก้าวเริ่มต้นของเธอเท่านั้น  เธอยังต้องพัฒนาต่อไปเพื่อให้วงการเครื่องประดับไทยเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับทุกประเทศ นี่คือคำกล่าวสุดท้ายของ ปรียา  ฤทธา  สาวผู้หลงใหลในแหวน